nining's Blog

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ (Feelings and Emotions)

65935 view(s)

 

          อีกไม่กี่ปี คือ ในปี พ.ศ.2558 ประเทศไทยจะต้องเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ AEC หรือ Asean Economic Community(ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อพัฒนาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เข้มแข็งในทุกด้าน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการแลกเปลี่ยนแรงงานระหว่างกัน

          ภาษาอังกฤษจึงไม่ใช่แค่สำคัญสำหรับการไปทำงานต่างประเทศเท่านั้น แต่แม้กระทั่งทำงานในประเทศไทยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากจะมีคนอาเซียน เข้ามาอยู่ในไทยมากมายไปหมด และมักจะพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่จะใช้ภาษาอังกฤษ เพราะ AEC มีมาตรฐานว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางใน AEC และ ป้ายต่างๆ หนังสือพิมพ์ สื่อต่างๆ จะมีภาษาอังกฤษมากขึ้น

          ภาษาอังกฤษจึงจะกลายเป็นภาษากลางในการสื่อสารเต็มรูปแบบ ด้งนั้นประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมมาก่อนจึงได้เปรียบด้านภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก และอนาคตอีกสามปีข้างหน้า คาดว่าจะเพิ่ม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นพันธมิตร ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เราจึงควรเริ่มใส่ใจและศึกษาภาษาอังกฤษกันวันละนิดเพื่อเตรียมความพร้อม วันนี้เรามาเริ่มจากคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ หรือ Feelings and Emotions ที่คนนิยมใช้กันมากกันก่อนนะคะ

 

 

เริ่มที่

A
afraid (เกรงกลัว)
agitated (ตื่นเต้น,กระวนกระวาย)
alarmed (ตื่นตระหนก)
angry (โกรธ, โมโห)
antsy (ประหม่า,วิตกกังวล)
anxious (ร้อนใจ,กระวนกระวายใจ)
apprehensive (เกรงกลัว,หวาดหวั่น)
ashamed (ละอายใจ)
awful (น่ากลัว,น่ายำเกรง)
awkward (เชื่องช้า,อึกอัก)


B
bashful (อาย,เขิน)
bewildered (เลิกลั่ก,สับสน)
bitter (ขมขื่น)
bored (เบื่อ)
brave (กล้าหาญ)


C
calm (สงบ,ใจเย็น)
caring (เอาใจใส่,เป็นห่วง)
cautious (รอบคอบ,ระมัดระวัง)
cheerful (ร่าเริง,เบิกบาน)
comfortable (สบาย,สุขสบาย)
concerned (กังวล,เป็นห่วง)
confident (มั่นใจ,เชื่อมั่น)
confused (สับสน,งงงวย)
content (อิ่มอกอิ่มใจ)
critical (ตึงเครียด)
cross (โกรธ,ฉุนเฉียว)
curious (อยา่กรู้อยากเห็น)
cynical (ดูถูก,เหยียดหยาม)


D
depressed (หดหู่,เศร้าซึม)
delighted (สุขใจ,ปิติยินดี)
disappointed (ผิดหวัง)
discouraged (ท้อใจ)
disgusted (รังเกียจ)
distressed (คับอกคับใจ)
disturbed (กระวนกระวายใจ)
down (เศร้าใจ)

 

E
eager (กระตือรือร้น)
edgy (หงุดหงิด)
embarrassed (เขินอาย)
encouraged (มีกำลังใจ)
enraged (เกรี้ยวกราด)
enthused (กระตือรือร้น)
exasperated (ฉุนเฉียว)
excited (ตื่นเต้น)
exhausted (เมื่อยล้า)


F
fatigued (เหน็ดเหนื่อย)
fearful (หวั่นเกรง)
fidgety (หงุดหงิด)
frightened (ตกใจ)
frustrated (สิ้นหวัง)
funny (ตลก,สนุกสนาน)
furious (กราดเกรี้ยว)


G
gloomy (เศร้าใจ)
greedy (โลภ,ละโมบ)
grouchy (หงุดหงิด)
guilty (รู้สึกผิด)

H
happy (สุขใจ)
hassled (รบกวน)
hateful (น่ารังเกียจ)
helpless (หมดหนทาง)
hesitant (ลังเล)
hopeful (เต็มไปด้วยความหวัง)
horrible (น่าขนลุก)
hostile (ไม่เป็นมิตร)
hurt (ช้ำใจ)
hysterical (รบกวน)


I
impatient (กระวนกระวาย)
indifferent (ไม่แยแส)
inferior (น้อยหน้า)
insecure (ไม่มั่นคง)
intense (รุนแรง)
irate (เดือดดาล)
irked (น่ารำคาญ)
irritated (ขุ่นเคือง)

 

J
jealous (อิจฉา)
jittery (กระวนกระวายใจ)
joyous (ครื้นเครง)


L
lazy (เกียจคร้าน)
leery (โกง)
lonely (โดดเดี่ยว)
loved (รักใคร่)
loving (ซึ่งรักใคร่)


M
mad (คลั่ง)
mean (ใจแคบ)
mischievous (ร้าย)
miserable (ห่อเหี่ยว)
moody (หงุดหงิด)


N
nervous (หวาดกลัว)
nice (น่าคบหา)
numb (มึนงง)


0
overwhelmed (ล้นหลาม)


P
panicky (เสียขวัญ)
patient (ใจเย็น)
pessimistic (มองโลกในแง่ร้าย)
pleased (ยินดี)
proud (ภาคภูมิใจ)
puzzled (งงงวย)


Q
queasy (ไม่สบายใจ)


R
reluctant (กระอึกกระอัก )
resentful (ขุ่นเคือง)
restless (ร้อนใจ)
ridiculous (น่าขัน)
riled (ระคายเคือง)

 

S
sad (เศร้าใจ)
safe (ปลอดภัย)
scared (หวาดหลัว)
secure (มั่นคง,ปลอดภัย)
sensitive (ใจน้อย)
shaky (สั่นคลอน)
shocked (ผวา)
shy (เขินอาย)
silly (โง่เขลา)
sleepy (งัวเงีย,ง่วงเหงา)
sorry (เสียใจ)
stressed (เครียด)
surprised (ประหลาดใจ)
suspicious (ไม่ไว้วางใจ)
sympathetic (เห็นใจ)


T
terrified (หวั่นกลัว)
tired (เหนื่อย)
troubled (เป็นทุกข์)


U
uncomfortable (อึดอัด)
unsafe (ไม่ปลอดภัย)
unsettled (หลักลอย)
upset (อารมณ์เสีย,เสียใจ)


V
vicious (ร้ายกาจ)
victorious (มีชัย)


W
warm (อบอุ่น)
weary (เหนื่อย,เมื่อยล้า)
wonderful (มหัศจรรย์)
worried (กระวนกระวายใจ)


X
excited (ตื่นเต้น)
exhausted (ปลกเปลี้ย)

Y
yucky (แหยะ)

 

 

          ซึ่งเทคนิคการท่องศัพท์ที่ดี แต่ละคนย่อมมีวิธีการของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามก่อนจะค้นพบ

ได้ว่าวิธีไหนเหมาะกับเพื่อนๆ เราก็มีตัวอย่างมาแนะนำกัน ครูท่านหนึ่งเคยบอกว่า การจะจำศัพท์ได้ 

เราต้องเห็นมันผ่านตาไปไม่น้อยกว่าสิบหกครั้ง หลายท่านก็แนะนำไว้ว่าการจะจำได้ขึ้นใจควรจะจำ

ทีเดียวเป็นกลุ่มๆหรือเปรียบเทียบกับคำอื่น แต่ละท่านก็มีวิธีการหลากหลายมาแนะนำนักเรียนต่างกัน

แต่วิธีที่ได้รวบรวมมานี้ ได้มาจากการเรียนภาษาของคนไทย ในเนเธอร์แลนด์โดยตรง ลองนำไปใช้

ดูนะคะว่าวิธีไหน จะเหมาะกับเพื่อนๆที่สุด

เริ่มจาก 

1. แปะกระดาษกาว post it
 

ติดไว้ที่สิ่งของนั้นๆ การเขียน ศัพท์ที่ดี ควรจะมีคำนำหน้านามติดไปด้วย เพื่อนๆอาจสร้างระบบของตัวเองเช่น ถ้าเป็นศัพท์ที่ใช้ de ก็ไม่เขียนอะไร ถ้าเป็น het จึงจะเขียนคำนำหน้าไว้ แบบนี้ก็สะดวกในการจำ เมื่อคุณจำศัพท์เหล่านั้น ได้แล้ว ก็ค่อยดึง post it ออก

 
2. ท่องจำเป็นหมวดๆ
 

โดยเลือกหมวดที่เพื่อนๆสนใจเรียนไปพร้อมๆกันโดยทำรายการคำศัพท์ไว้ เช่น หมวดเครื่องใช้ในครัว หมวดสัตว์ หมวดสถานที่ หมวดตัวเลข ท่องไปทีละชุดทีละหมวด เมื่อมี โอกาสก็พยายามหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ มาหัดอ่านเพื่อให้คำศัพท์ที่เรียนมาแล้วของเราได้ถูกนำมาใช้ผ่านตาให้บ่อยขึ้น

 
3. ท่องไปทั้งประโยค
 

วิธีนี้จะเหมาะสำหรับคนที่จำเก่ง และชอบทำเสียงเลียนแบบเจ้าของภาษา ถ้าเพื่อนๆใช้วิธีนี้ในการจำทั้งคำ สำเนียงและการเน้นเสียง เพื่อนๆจะได้สำเนียงการพูดที่เหมือนคนดัชต์จริงๆ ข้อเสียคือการเลียนแบบสำเนียงที่ผิดๆ จากคนต่างชาติด้วยกันนั้น จะทำให้เราผิดติดตัวไป และสุดท้ายจะแก้ไขอะไรไม่ได้ เพื่อนๆจึงควรจะฟังจากการกระจายเสียงทางวิทยุหรือโทรศัพท์ดีที่สุด

 
4. จำโดยใช้เทคนิค จำให้ตลก
 

วิธีนี้ไม่ยากอย่างทีเพื่อนๆคิดนะคะ วิธีการจำให้สนุกสนานเช่นนี้ เพื่อนๆอาจจะต้องหาเทคนิคเองโดยพยายามเอามาเปรียบเทียบกับคำไทยที่เป็นสำนวน ซึ่งแต่ละคนมักมีวิธีการจำอะไรแบบง่ายๆของตัวเอง

 

 

 เพื่อนๆลองทำกันดูนะคะ ได้ผลยังไงมาบอกเล่ากันบ้างเน้อ 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก parentingbookmark.com นะคะ